Thailand

Poko-chan

ระบบขับถ่ายของลูกน้อย

ระบบขับถ่ายของลูกน้อย

ระบบขับถ่ายของลูกน้อยเป็นอีกเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญในการเอาใจใส่ เพราะในแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยจะมีการขับถ่ายที่แตกต่างกันออกไป โดยมักจะขึ้นอยู่กับกระบวนการการทำงานของระบบและสารอาหารที่ได้รับในแต่ละช่วงวัยของลูกน้อย

การขับถ่ายของลูกน้อย

ในทารกช่วงวัย 0-6 เดือน โดยส่วนใหญ่ยังควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ การขับถ่ายจึงเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งในช่วงเดือนแรกๆ ลูกน้อยจะขับถ่ายบ่อยมาก คือปัสสาวะประมาณวันละ 10 ครั้งต่อวัน ถ่ายอุจจาระประมาณ 8-10 ครั้งต่อวัน แต่จะค่อยๆ ลดจำนวนลงเมื่อระบบขับถ่ายพัฒนาขึ้น

อาหารที่สำคัญสำหรับทารกคือ นมแม่ เพราะนอกจากจะมีสาอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายอย่างครบถ้วนแล้ว น้ำนมแม่ยังช่วยในเรื่องระบบการขับถ่าย ในช่วง 2-3 วันแรกหลังคลอด ทารกอาจจะมีอุจาระเหนียวสีเขียวเข้มเกือบดำ หากทารกได้รับน้ำนมแม่ที่เพียงพอ อุจจาระจะค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นเหลืองนิ่มๆ ภายในสัปดาห์แรก คุณแม่อาจเข้าใจผิดว่าลูกท้องเสียเพราะลักษณะของอุจาระจะนิ่มๆ ค่อนไปทางเหลว ถ้าลูกถ่ายเหลว บางครั้งเป็นฟองนิ่มหรือมีเมือก แต่ไม่มีกลิ่นเหม็น ลูกน้อยอารมดี ร่าเริง แจ่มใส น้ำหนักไม่ลดก็ว่าเป็นปกติค่ะ

พอลูกประมาณ 3 เดือนไปแล้ว ระบบการย่อยและลำไส้ของลูกค่อย ๆ ทำงานดีขึ้น สามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ จากน้ำนมแม่ได้ดี อีกทั้งกระเพาะก็ใหญ่ขึ้นด้วย จึงทำให้ลูกถ่ายอุจจาระน้อยลง เหลือประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน เมื่อลูกน้อยเข้าสู่เดือนที่ 6 ระบบการขับถ่ายและระบบการย่อยจะดีขึ้น และบางคนเริ่มขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลาและสม่ำเสมอบ้างแล้ว ที่สำคัญเขาพร้อมที่จะรับอาหารเสริมได้แล้ว แต่นมยังเป็นอาหารหลักสำหรับลูกน้อยในขวบปีแรกอยู่ค่ะ

เด็กทารกที่กินนมแม่มักมีระบบย่อยอาหารที่ดี ย่อยง่าย ถ่ายคล่อง โดยเฉพาะน้ำนมสีเหลือง (Colostrum) หรือหัวน้ำนม ที่เป็นสุดยอดของอาหารสำหรับทารกแรกเกิดนั้น จะมากไปด้วยภูมิคุ้มกัน วิตามิน เกลือแร่ โปรตีน ไขมัน ซึ่งทั้งหมดล้วนไปช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรงช่วยขับ “ขี้เทา” ซึ่งเป็นอึชุดแรกของลูกที่มีลักษณะเหนียว สีเขียวเข้มเกือบดำที่จะอึออกมาใน 2-3 วันแรก แถมยังช่วยจับสารตัวเหลือง บิลิลูบิน (Billirubin) ออกมาทิ้งพร้อมกับอึกองโต ป้องกันไม่ให้ลูกตัวเหลืองเกินไปอีกด้วย

อึของเด็กแรกเกิดมักบอกสุขภาพและความสมบูรณ์ของเด็กได้ เช่น เด็กที่คลอดครบกำหนดก็มักจะแข็งแรงขับขี้เทาออกมาได้ตามเวลา และกินเก่งเพราะถ่ายออกไปมาก น้ำนมแม่เลยพามีมากตามการดูดของลูก เข้าข่ายแข็งแรงมาก กินมาก ถ่ายมาก

เมื่อลูกอายุประมาณ 1 เดือนจึงจะเริ่มอึเพียงวันละ 1 ครั้ง แต่ทารกหลายคนที่กินนมแม่อาจจะมีบางคนที่อึแบบวันเว้นวัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อาจจะทำให้ลูกแน่อนท้อง ไม่สลบายตัว คุณแม่อาจจะต้องมีเครื่องมือช่วยให้จำวันที่ลูกอึหรือระยะความถี่ห่างการอึของลูกได้ อาจทำเป็นตารางจดบันทึกไว้ง่ายๆ ด้วยการทำสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายอะไรก็ได้ค่ะ

อุจจาระทารกแรกเกิด

เชื่อไหมคะว่าสีและลักษณะอุจจาระของลูกนั้น สามารถบอกอะไรเราได้มากมาย เรามาดูข้อควรระวังเรื่องอุจจาระทารก และ ทารกแรกเกิดกันค่ะ

  • หากผ่านไป 3-4 วันแล้วลูกยังอึเป็นขี้เทาอยู่แสดงว่า ลูกกินนมไม่เพียงพอหรืออาจจะดูดนม ไม่ถูกวิธีซึ่งควรแก้ไขเรื่องการดูดนมแม่ ด้วยการจัดท่าทางที่เหมาะสม
  • เมื่อลูกอายุ 1 เดือน จะเริ่มอุจจาระเพียงวันละ 1 ครั้งเท่านั้น แต่หากลูกถ่าย 2-3 วันต่อครั้งแล้วอุจจาระยังเป็นสีปกติเหมือนเมื่อทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่เหลว หรือแข็งจนเกินไป ก็ถือว่าปกติอยู่ค่ะ ในบางครั้งเด็กที่กินนมแม่อาจจะถ่ายทุก 2-3 วัน ถ้าลักษณะอุจจาระปกติก็ไม่ต้องกังวลค่ะ
  • หากลูกอุจจาระเหลว เละ เป็นน้ำ วันละหลาย ๆ ครั้งแถมอึยังมีกลิ่นเหม็นเน่าหรือมีมูกปน ติดต่อกันและดูเหมือนจะไม่ดีขึ้น เลย คุณแม่ควรพาลูกพบคุณหมอเพื่อปรึกษาอาการที่เกิดขึ้น เพราะอาจจะเกิดจากอาการท้องเสีย ซึ่งต้องรีบรักษาก่อนจะเป็นอันตรายค่ะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจากคุณ คนเก่ง ก็เจ็บได้ร้องไห้เป็น

ภาวะลูกฉี่รดที่นอน

การฉี่รดที่นอนของเด็กที่เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ เป็นเพราะเด็กมีกระเพาะปัสสาวะที่เล็กมาก จึงไม่สามารถควบคุมการกักเก็บปัสสาวะได้ ประกอบกับเด็กไม่ช่วยตนเองในการตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ บางครอบครัวอาจจะตำหนิ ซึ่งทำให้เด็กรู้สึกอายหรือมีปมด้อยในใจได้

ปัญหาเหล่านี้จะลดลงตามลำดับเมื่ออายุตั้งแต่ 4 ถึง 6 ขวบ หรือหากพ่อแม่เคยมีพฤติกรรมเหล่านี้ในช่วงวัยเด็ก ลูกน้อยก็อาจจะหยุดพฤติกรรมนี้ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก thaihealth.or.th/

สาเหตุของการฉี่รดที่นอน

สาเหตุของการฉี่รดที่นอนเกิดจาก 2 ปัจจัย คือความผิดปกติทางร่างกาย และความผิดปกติด้านจิตใจ

สำหรับปัจจัยทางกายนั้นอาจเกิดจากการที่ร่างกายผลิตน้ำมากเกินไป ทำให้ปัสสาวะบ่อยๆ หรือไม่ก็เป็นเรื่องของทางเดินปัสสาวะที่ผิดปกติ กระเพาะปัสสาวะมีการติดเชื้อ และสุดท้ายอาจเกิดจากระบบประสาทในร่างกาย เช่น เป็นเนื้องอก ซีสต์ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมบางอย่างของเด็ก เช่น เด็กชายมีการกระตุ้นอวัยวะเพศให้แข็งตัวในตอนกลางคืนก่อนนอน

ส่วนความผิดปกติทางด้านจิตใจนั้น ความเครียดเป็นสาเหตุสำคัญ เช่น เด็กอาจเครียดที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน เครียดเพราะถูกครูดุ เพื่อนแกล้ง การบ้านเยอะ กังวลว่าพ่อแม่จะเสียชีวิต กลัวผี หรือกลัวความมืด และรวมถึงเด็กที่มีพฤติกรรมงอแง ไม่ยอมกินข้าว ไม่อาบน้ำเอง ไม่นอนคนเดียว ติดพ่อแม่มากขึ้น หรือไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองในสิ่งที่เคยทำได้แล้ว

ขอบคุณรูปภาพจาก cdn.yaklai.com

เคล็ดลับช่วยให้ลูกไม่มีปัญหาฉี่รดที่นอน

1. พยายามที่จะเตือนและบอกลูกก่อนนอนว่า ให้ตื่นขึ้นมาฉี่ในห้องน้ำ โดยคุณอาจจะเปิดไฟในห้องน้ำรอไว้ให้ลูกเลยในกรณีที่ลูก ไม่สามารถเอื้อมเปิดไฟได้ หรือคุณอาจจะเตรียมกระโถนไว้ให้ข้างเตียง


2. อย่าปลุกลูกให้ตื่นไปฉี่ในตอนกลางคืนด้วยตัวของคุณเอง พยายามฝึกให้แกมีความรับผิดชอบตนเอง โดยคุณอาจจะวางนาฬิกาปลุก ให้แกสักเครื่อง เพราะเมื่อตราบใดที่คุณยังปลุกแกทุกวันแกก็จะไม่ยอมตื่นง่าย ๆ และทำให้เสียนิสัยไม่ยอมช่วยตนเองไปจนโต
 

3. ถ้าลูกปัสสาวะบ่อยๆ ในช่วงเวลากลางวัน พยายามบอกให้ลูก รู้จักฝึกอดกลั้นไม่ปัสสาวะบ่อยๆ โดยพยายามยืดช่วงเวลาให้นานขึ้น ในแต่ละครั้งที่เข้าห้องน้ำ แต่ถ้าลูกไม่ยอมก็ไม่ต้องไปบังคับ จนเกิดการทะเลาะกันขึ้น
 

4. อย่าเตือนให้ลูกเข้าห้องน้ำตอนกลางวัน แต่ควรเตือนให้ลูกเข้าห้องน้ำช่วงกลางคืนโดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน พยายามให้ลูกดื่มน้ำมากๆ ในตอนเช้า และช่วงสายในตอนเช้า ทั้งนี้เพราะการที่ลูกดื่มน้ำเข้าไปได้มากเท่าไร ก็จะทำให้กระเพาะปัสสาวะ ขยายใหญ่ขึ้น แต่ก็จะทำให้ลูกมีปริมาณน้ำปัสสาวะมากขึ้นเช่นกัน


5. พยายามใช้คำพูดที่นิ่มนวลถ้าเห็นว่า ลูกดื่มน้ำมากเกินไปก่อนเวลาเข้านอน 2 ชั่วโมง แต่ไม่ต้อง เคร่งครัดมากถึงกับต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่มให้ลูก ก่อนเข้านอนควรให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาพอสมควร โดยอาจให้สวมทับชุดนอนอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้เตียงเปียก สำหรับเด็กที่มีอายุไม่ถึง 4 ขวบ ควรให้ใส่ผ้าอ้อม รองกันเปื้อน (Diapers) แต่ถ้าเด็กอายุเกิน 4 ขวบแล้ว ควรใช้แผ่นพลาสติกปูรองกับเบาะแทนการใช้ผ้าอ้อมรองกันเปื้อน


6. ทุกๆ เช้าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าลูกฉี่รดที่นอน ควรฝึกลูกให้เป็นนิสัย ด้วยการให้ลูกนำชุดที่เปียกไปจุ่มลงในอ่างน้ำ เพื่อขจัดกลิ่นฉี่ก่อนนำรวมซัก และควรให้ลูกอาบน้ำทุกวันก่อนไปโรงเรียนด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ มีกลิ่นฉี่ติดตัว ซึ่งอาจทำให้เพื่อนล้อและรังเกียจได้ ถ้าคุณไม่มีเวลาซักผ้าทุกวัน ก็ควรหาผ้ารองฉี่ปูไว้ที่บริเวณก้นของลูกทุกคืนถ้าผ้ารองฉี่เปียกในตอนเช้า ก็นำไปจุ่มน้ำบิดให้แห้งและตากไว้ก่อนเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น จนกว่าคุณจะมีเวลาทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง


7. ถ้าในกรณีที่ลูกฉี่รดที่นอนควรรีบเปิดหน้าต่างห้อง เพื่อให้แสงแดด ส่องเข้ามาและระบายกลิ่นอับด้วย อย่างไรก็ตามควรซักล้างที่นอน ทุกสัปดาห์และตากไว้ให้แห้ง จะช่วยทำให้ขจัดกลิ่นฉี่ที่ติดอยู่กับที่นอนได้ดี


8. ถ้าวันไหนที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ควรให้คำชมและให้รางวัล ด้วยการติดสติ๊กเกอร์รูปดาวหรือสติ๊กเกอร์หน้ายิ้มที่ปฏิทิน โดยติดให้ตรงกับวันที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ทั้งนี้เพื่อดูว่า ลูกมีพัฒนาการดีขึ้นในแต่ละเดือนหรือไม่


9. ถ้าลูกยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ก็อย่าท้อแท้ใจและพานอารมณ์เสีย เพราะเด็กทุกคนก็ไม่ชอบที่จะตื่นขึ้นมาในสภาพที่เปียกเฉอะแฉะ เด็กที่มีปัญหานี้มักจะต้องการความเห็นอกเห็นใจ ไม่ชอบการถูกต่อว่า หรือถูกทำโทษด้วยการตี คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้พี่น้องของลูกทุกคนเข้าใจ และเห็นใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ควรปล่อยให้มีการล้อเลียน จนเกิดการทะเลาะวิวาทกัน

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก tinyzone.tv

update : 19.09.2560

ระบบมีการใช้งานคุกกี้บนเบราเซอร์ของคุณ หากต้องการใช้งานโปรดเปิดใช้งานคุกกี้ กรณีที่คุณใช้ Safari บน iPhone หรือ iPad โปรดปิดโหมดการเรียกดูส่วนตัว หากคุณลบข้อมูลคุกกี้ รายการโปรดที่คุณเลือกไว้จะถูกลบไปด้วย

แชร์

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง