Thailand

Poko-chan

เด็กโต ( 3 ขวบขึ้นไป)

เด็กโต ( 3 ขวบขึ้นไป)

กิจกรรมเสริมสร้างวินัยให้ลูกน้อย

กิจกรรมเสริมสร้างวินัยให้ลูกน้อย

ลูกน้อยเมื่ออายุได้ 3 ขวบขึ้นไป พ่อๆแม่อาจจะเริ่มสังเกตว่าลูกน้อยเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการกิจวัตรประจำวันของตัวเอง เช่น การนอน การกิน เพื่อเป็นการฝึกให้ลูกเรียนรู้ และรับผิดชอบในเรื่องง่ายๆ เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเค้า โดยคุณพ่อคุณแม่ จะเป็นคนสำคัญในการช่วยและสอนเจ้าตัวน้อย

1.ให้ลูกน้อยมีส่วนร่วมในการแปรงฟัน ด้วยการพาลูกน้อยไปเลือกแปรงสีฟันที่ชอบ พร้อมอธิบายถึงความสำคัญในการแปรงฟัน โดยเริ่มจากแปรงเป็นตัวอย่างให้ลูกน้อยดู และให้ลูกน้อยทำตาม

2.อาบน้ำอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ แต่การสระผมนี่สิ บางทีเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพ่อๆแม่ๆเลยทีเดียว ก่อนอื่นอาจจะต้องทำให้เด็กเลิกกลัวการสระผมก่อน ลองชวนลูกน้อยให้หัดสระผมเอง ด้วยกิจกรรมสนุกๆ หรือหาหนังสือนิทานเกี่ยวกับการอาบน้ำสระผม เพื่อให้เด็กรู้สึกดีกับการสระผมมากขึ้นก็ได้ค่ะ

3.ฝึกขับถ่าย สอนให้ลูกน้อยเข้าใจถึงระบบขับถ่าย เช่น ทำไมเราถึงต้องขับถ่าย หรือความสำคัญของการขับถ่าย จัดที่สำหรับขับถ่ายให้ลูกน้อยโดยเฉพาะให้เป็นสัดส่วน เช่น หาฝารองนั่งน่ารักๆ โดยให้ลูกน้อยไปเลือกเอง ก็อาจจะเป็นแรงจูงใจในการเข้าห้องน้ำของลูกน้อยได้ค่ะ

4.สวมเสื้อผ้า หาเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่ายๆ ให้เค้าได้ลองใส่ด้วยตัวเอง อาจจะเริ่มจากกางเกงใน กางเกง แล้วค่อยมาหัดใส่เสื้อ แรกๆลูกน้อยอาจจะใส่ผิดด้านบ้าง ก็ค่อยๆสอนกันไปค่ะ

5.ใส่ถุงเท้า-รองเท้า คุณพ่อคุณแม่อาจจะเล่นเกมแข่งกันใส่ถุงเท้า เมื่อลูกสามารถทำได้ก็ควรให้กำลังใจนะคะ

6.ช่วยงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การซักผ้า รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ถูบ้าน หรือดูแลที่นอนของลูกน้อยเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกน้อยได้ลองทำ อาจจะไม่เรียบร้อย แต่ทำบ่อยๆก็จะทำได้ดีค่ะ

แต่ที่ห้ามลืมเลยก็คือ การให้กำลังใจและคำชมเชยนะคะ ถึงแม้เค้าจะทำไม่สำเร็จ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรจะชมลูกน้อยและค่อยๆสอนแบบใจเย็นที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก ลูกรัก

ขอบคุณรูปภาพจากคุณ น้องมาริโอ้-Good Promchai

ภาวะลูกฉี่รดที่นอน

การฉี่รดที่นอนของเด็กที่เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ เป็นเพราะเด็กมีกระเพาะปัสสาวะที่เล็กมาก จึงไม่สามารถควบคุมการกักเก็บปัสสาวะได้ ประกอบกับเด็กไม่ช่วยตนเองในการตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ บางครอบครัวอาจจะตำหนิ ซึ่งทำให้เด็กรู้สึกอายหรือมีปมด้อยในใจได้

ปัญหาเหล่านี้จะลดลงตามลำดับเมื่ออายุตั้งแต่ 4 ถึง 6 ขวบ หรือหากพ่อแม่เคยมีพฤติกรรมเหล่านี้ในช่วงวัยเด็ก ลูกน้อยก็อาจจะหยุดพฤติกรรมนี้ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก thaihealth.or.th/

สาเหตุของการฉี่รดที่นอน

สาเหตุของการฉี่รดที่นอนเกิดจาก 2 ปัจจัย คือความผิดปกติทางร่างกาย และความผิดปกติด้านจิตใจ

สำหรับปัจจัยทางกายนั้นอาจเกิดจากการที่ร่างกายผลิตน้ำมากเกินไป ทำให้ปัสสาวะบ่อยๆ หรือไม่ก็เป็นเรื่องของทางเดินปัสสาวะที่ผิดปกติ กระเพาะปัสสาวะมีการติดเชื้อ และสุดท้ายอาจเกิดจากระบบประสาทในร่างกาย เช่น เป็นเนื้องอก ซีสต์ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากพฤติกรรมบางอย่างของเด็ก เช่น เด็กชายมีการกระตุ้นอวัยวะเพศให้แข็งตัวในตอนกลางคืนก่อนนอน

ส่วนความผิดปกติทางด้านจิตใจนั้น ความเครียดเป็นสาเหตุสำคัญ เช่น เด็กอาจเครียดที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน เครียดเพราะถูกครูดุ เพื่อนแกล้ง การบ้านเยอะ กังวลว่าพ่อแม่จะเสียชีวิต กลัวผี หรือกลัวความมืด และรวมถึงเด็กที่มีพฤติกรรมงอแง ไม่ยอมกินข้าว ไม่อาบน้ำเอง ไม่นอนคนเดียว ติดพ่อแม่มากขึ้น หรือไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองในสิ่งที่เคยทำได้แล้ว

ขอบคุณรูปภาพจาก cdn.yaklai.com

เคล็ดลับในการนอนหลับแบบแห้งสบาย

1. ฝึกลูกให้เข้าห้องน้ำก่อนเข้านอนจนเป็นนิสัย

2. พยายามอย่าให้ลูกกินน้ำเยอะก่อนเข้านอนประมาณ 2 ชั่วโมง นี่จะช่วยลดโอกาสที่เขาจะปวดฉี่ระหว่างหลับได้

3. ปูแผ่นยางหรือพลาสติกไว้ใต้ผ้าปูที่นอน คุณจะได้เปลี่ยนผ้าปูได้ง่ายขึ้นในกรณีที่ลูกฉี่รดที่นอน และลูกจะได้ไม่ต้องนอนคลุกที่นอนเปียกฉี่ อาจให้ลูกช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนด้วยก็ได้

4. อาจปลุกลูกมาฉี่ 2-3 ชั่วโมงหลังเข้านอนไปแล้ว อาจเป็นเวลาที่พ่อแม่กำลังจะเข้านอนหรือหลังจากนั้นก็ได้

5. ชมลูกเมื่อลูกไม่ฉี่รดที่นอน ให้เขาเห็นด้านดีของการไม่ฉี่รดที่นอน

อย่าลืมบอกลูกเสมอว่าการฉี่รดที่นอนเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กวัยเขา และไม่ใช่ความผิดของเขา แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ จำไว้เสมอว่า ห้ามทำโทษหรือต่อว่าลูกเมื่อเขาฉี่รดที่นอน และพยายามอย่าให้คนในบ้านล้อเขาเรื่องนี้

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก myfirstbrain

เคล็ดลับช่วยให้ลูกไม่มีปัญหาฉี่รดที่นอน

1. พยายามที่จะเตือนและบอกลูกก่อนนอนว่า ให้ตื่นขึ้นมาฉี่ในห้องน้ำ โดยคุณอาจจะเปิดไฟในห้องน้ำรอไว้ให้ลูกเลยในกรณีที่ลูก ไม่สามารถเอื้อมเปิดไฟได้ หรือคุณอาจจะเตรียมกระโถนไว้ให้ข้างเตียง

2. อย่าปลุกลูกให้ตื่นไปฉี่ในตอนกลางคืนด้วยตัวของคุณเอง พยายามฝึกให้แกมีความรับผิดชอบตนเอง โดยคุณอาจจะวางนาฬิกาปลุก ให้แกสักเครื่อง เพราะเมื่อตราบใดที่คุณยังปลุกแกทุกวันแกก็จะไม่ยอมตื่นง่าย ๆ และทำให้เสียนิสัยไม่ยอมช่วยตนเองไปจนโต

3. ถ้าลูกปัสสาวะบ่อยๆ ในช่วงเวลากลางวัน พยายามบอกให้ลูก รู้จักฝึกอดกลั้นไม่ปัสสาวะบ่อยๆ โดยพยายามยืดช่วงเวลาให้นานขึ้น ในแต่ละครั้งที่เข้าห้องน้ำ แต่ถ้าลูกไม่ยอมก็ไม่ต้องไปบังคับ จนเกิดการทะเลาะกันขึ้น

4. อย่าเตือนให้ลูกเข้าห้องน้ำตอนกลางวัน แต่ควรเตือนให้ลูกเข้าห้องน้ำช่วงกลางคืนโดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน พยายามให้ลูกดื่มน้ำมากๆ ในตอนเช้า และช่วงสายในตอนเช้า ทั้งนี้เพราะการที่ลูกดื่มน้ำเข้าไปได้มากเท่าไร ก็จะทำให้กระเพาะปัสสาวะ ขยายใหญ่ขึ้น แต่ก็จะทำให้ลูกมีปริมาณน้ำปัสสาวะมากขึ้นเช่นกัน

5. พยายามใช้คำพูดที่นิ่มนวลถ้าเห็นว่า ลูกดื่มน้ำมากเกินไปก่อนเวลาเข้านอน 2 ชั่วโมง แต่ไม่ต้อง เคร่งครัดมากถึงกับต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่มให้ลูก ก่อนเข้านอนควรให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาพอสมควร โดยอาจให้สวมทับชุดนอนอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้เตียงเปียก สำหรับเด็กที่มีอายุไม่ถึง 4 ขวบ ควรให้ใส่ผ้าอ้อม รองกันเปื้อน (Diapers) แต่ถ้าเด็กอายุเกิน 4 ขวบแล้ว ควรใช้แผ่นพลาสติกปูรองกับเบาะแทนการใช้ผ้าอ้อมรองกันเปื้อน

6. ทุกๆ เช้าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าลูกฉี่รดที่นอน ควรฝึกลูกให้เป็นนิสัย ด้วยการให้ลูกนำชุดที่เปียกไปจุ่มลงในอ่างน้ำ เพื่อขจัดกลิ่นฉี่ก่อนนำรวมซัก และควรให้ลูกอาบน้ำทุกวันก่อนไปโรงเรียนด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ มีกลิ่นฉี่ติดตัว ซึ่งอาจทำให้เพื่อนล้อและรังเกียจได้ ถ้าคุณไม่มีเวลาซักผ้าทุกวัน ก็ควรหาผ้ารองฉี่ปูไว้ที่บริเวณก้นของลูกทุกคืนถ้าผ้ารองฉี่เปียกในตอนเช้า ก็นำไปจุ่มน้ำบิดให้แห้งและตากไว้ก่อนเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น จนกว่าคุณจะมีเวลาทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง

7. ถ้าในกรณีที่ลูกฉี่รดที่นอนควรรีบเปิดหน้าต่างห้อง เพื่อให้แสงแดด ส่องเข้ามาและระบายกลิ่นอับด้วย อย่างไรก็ตามควรซักล้างที่นอน ทุกสัปดาห์และตากไว้ให้แห้ง จะช่วยทำให้ขจัดกลิ่นฉี่ที่ติดอยู่กับที่นอนได้ดี

8. ถ้าวันไหนที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ควรให้คำชมและให้รางวัล ด้วยการติดสติ๊กเกอร์รูปดาวหรือสติ๊กเกอร์หน้ายิ้มที่ปฏิทิน โดยติดให้ตรงกับวันที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ทั้งนี้เพื่อดูว่า ลูกมีพัฒนาการดีขึ้นในแต่ละเดือนหรือไม่

9. ถ้าลูกยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ก็อย่าท้อแท้ใจและพานอารมณ์เสีย เพราะเด็กทุกคนก็ไม่ชอบที่จะตื่นขึ้นมาในสภาพที่เปียกเฉอะแฉะ เด็กที่มีปัญหานี้มักจะต้องการความเห็นอกเห็นใจ ไม่ชอบการถูกต่อว่า หรือถูกทำโทษด้วยการตี คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้พี่น้องของลูกทุกคนเข้าใจ และเห็นใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ควรปล่อยให้มีการล้อเลียน จนเกิดการทะเลาะวิวาทกัน

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก tinyzone.tv

เคล็ดลับกำจัดกลิ่นและคราบฉี่บนที่นอน

ปัญหาที่เกือบทุกบ้านที่มีลูกน้อยมักจะเจอคือการฉี่รดที่นอน โดยที่ฉี่จะซึมลงไปในฟูกและผ้าปูที่นอน จากนั้นก็ทิ้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ไว้บนที่นอน หลายท่านอาจะเข้าใจแค่ซักธรมดากลิ่นก็หายแล้ว แต่บางครั้งไม่ง่ายดายแบบนั้น เลยมีวิธีกำจัดคราบก่อนนำไปซักมาฝากค่ะ

เมื่อมีการฉี่รดที่นอนไม่ควรปล่อยคราบไว้นานเกินไป โดยใช้อุปกรณ์ที่หาได้ง่ายดังนี้ ผ้าขนหนู น้ำส้มสายชู ทิชชู่แบบหนา แป้งทาตัว ฟอกกี้

วิธีดังต่อไปนี้

1. ใช้ผ้าขนหนูกับทิชชู่ซับคราบก่อน

2. นำผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดเช็ดอีกที

3. ฉีดน้ำสัมสายชูที่ผสมน้ำจากฟอกกี้ ทิ้งไว้สักพัก

4. โรยแป้งทาตัว แป้งจะช่วยช่วยดูดซับน้ำและกลิ่น

5. นำไปซักปกติ จากนั้นเอาไปตากแดดเพื่อกำจัดเชื้อโรค

อาจจะดูยุ่งยากไปเพราะบางครั้งการฉี่รดที่นอนเกิดตอนกลางคืน คงไม่ค่อยมีใครอยากทำความสะอาดมากนัก แต่ถ้าเป็นตอนกลางวันหรือตอนบ่าย น่าลองนำวิธีนี้ไปใช้นะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.mamaplus.tw

update : 19.09.2560

ระบบมีการใช้งานคุกกี้บนเบราเซอร์ของคุณ หากต้องการใช้งานโปรดเปิดใช้งานคุกกี้ กรณีที่คุณใช้ Safari บน iPhone หรือ iPad โปรดปิดโหมดการเรียกดูส่วนตัว หากคุณลบข้อมูลคุกกี้ รายการโปรดที่คุณเลือกไว้จะถูกลบไปด้วย

แชร์