Thailand

Poko-chan

เคล็ดลับเลี้ยงดูลูกน้อย 6

เคล็ดลับเลี้ยงดูลูกน้อย 6

สร้างตารางนอนให้ลูกทารก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ คงปวดหัวกับปัญหาการนอนของลูกน้อยอยู่ใช่ไหมคะ ถึงแม้เด็กทารกจะแค่กินและนอน แต่เราก็สามารถสร้างลักษณะนิสัยการนอนที่ดีตั้งแต่เด็กๆได้นะคะ

- ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ช่วง 1-2 เดือนแรก เด็กจะยังไม่รู้จักกลางวันกลางคืน แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยทำให้ลูกเข้าใจความแตกต่างระหว่างกลางวันกลางคืนได้ โดยลดปฏิสัมพันธ์ในช่วงกลางคืนลง จะช่วยทำให้เด็กเข้าใจว่าเวลากลางวัน เป็นเวลาสำหรับกิจกรรม ส่วนกลางคืนจะเป็นเวลาสำหรับพักผ่อนและอยู่เงียบๆค่ะ

- การให้นม หรือการโยกอาจช่วยให้เด็กนอนหลับได้ง่ายก็จริง แต่อาจจะทำให้เด็กติดพฤติกรรมนี้ และกลายเป็นทำให้เด็กนอนได้ยากค่ะ ควรปล่อยให้เขานอนได้ด้วยตัวเองในบรรยากาศที่เงียบสงบ

- ใช้เคล็ดลับเช่น การนวด เพลงกล่อมเด็ก เพื่อช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย แต่กิจวัตรทั้งหมดต้องเสร็จสิ้นภายในเวลา 15 นาที และต้องทำหลังจากกิจวัตรทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วนะคะ มิเฉ่นนั้นลูกอาจจะอยากให้โอ๋ตลอดไป

- สำหรับตอนกลางวัน ให้ลูกน้อยหลับในที่ที่มีเสียงค่อนข้างดังระหว่างวัน เช่น ห้องนั่งเล่น เพื่อให้ลูกหลับสั้นๆ และป้องกันไม่ให้ลูกนอนหลับมากเกินไป ส่วนกลางคืน ควรวางลูกน้อยไว้ในห้องที่มีแสงทีมๆเงียบๆ มีการรบกวนน้อยที่สุด และเลือกใช้ผ้าอ้อมที่ซึมซับได้ดีและนุ่มสบายแบบ MamyPoko Pants Extra Soft เพื่อช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายตลอดคืน

- สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำอย่างสม่ำเสมอ และอย่าลืมชื่นชมลูกน้อยในตอนเช้าด้วยนะคะ จะเป็นการสร้างเสริมความมั่นใจให้กับลูกได้ค่ะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจากคุณ Ryu Kanakorn

5 เคล็ดลับเลือกคอกกั้นเด็กอย่างไรดี

คอกกั้นเด็ก มีให้เลือกหลากหลายแบบ เลือกซื้อเลือกหาคอกกั้นเด็กกันที ทำเอาพ่อแม่สับสน ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี ประโยชน์ของเจ้าคอกกั้นเด็กแน่นอนว่าเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ โดยกั้นพื้นที่ให้เขาอยู่ ไม่ให้คลาน หรือเดินไปในจุดอันตรายในบ้านได้

•  เลือกคอกกั้นเด็กตามขนาดพื้นที่บ้าน แน่นอนว่ายิ่งคอกขนาดใหญ่ยิ่งดีกับเด็กๆ ทำให้เขามีพื้นที่เล่นได้เยอะ พ่อแม่จะเข้าไปเล่นด้วยก็ไม่อึดอัด แต่ถ้าพื้นที่มีจำกัดก็ต้องเลือกตามพื้นที่ในบ้านที่ต้องการกั้นคอกกั้นเด็ก
•  เลือกคอกกั้นเด็กตามงบประมาณ ปัจจุบันคอกกั้นมีราคาให้เลือกตามแต่วัสดุ และความสวยงาม มีตั้งแต่ราคาหลักร้อย จนถึงหลักพัน นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถประกอบ ทำเองได้อีกต่างหาก ดูตัวอย่างการทำคอกกั้นเด็กจากท่อ PVC http://pantip.com/topic/30245613
•  เลือกคอกกั้นเด็ก ที่วัสดุปลอดภัย การเลือกวัสดุที่ประกอบคอกกั้นต้องดูให้ดีว่ามีความปลอดภัย ทั้งวัสดุที่ไม่มีเหลี่ยมคม ก่อให้เกิดอันตราย หรือสีที่เคลือบต้องเลือกท่อที่ปลอดภัยกับเด็กๆ ใช้ท่อสำหรับใช้งานประปาน้ำดื่ม เป็นท่อ PVC สีฟ้า
•  เลือกคอกกั้นเด็ก ทนทาน แข็งแรง เพราะไม่รู้ว่าเด็กๆ จะออกแรงขย่ม เขย่า เจ้าคอกรุนแรงขนาดไหน ฉะนั้นต้องเตรียมคอกกั้นให้แข็งแรง และแน่นหนา ทนทานพอสมควร เพื่อป้องกันเจ้าตัวเล็กกระชาก เขย่าออกมาเป็นชิ้นๆ ได้
•  เลือกคอกกั้นเด็กที่มีความสูงเหมาะสม เลือกความสูงให้เหมาะสมไม่เตี้ยเกินไป เด็กๆ อาจจะปีนออกมาได้ หรือสูงเกินไปก็ทำให้เขาเกาะยืนไม่ได้ หรือพ่อแม่อาจมองไม่เห็นลูกๆ ได้

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก http://goo.gl/BqVaez

วิธีทำให้ลูกแฝดหลับพร้อมกัน

สำหรับครอบครัวไหนที่มีลูกแฝด คงปวดหัวกับการพาเจ้าตัวน้อยทั้งสองเข้านอนกันใช่ไหมคะ วันนี้มามี่โพโคมีเคล็ดลับ ทำให้ฝาแฝดนอนหลับพร้อมกันมาฝากค่ะ

1. กำหนดกิจวัตรประจำวันอย่างเช่นเจน จะทำให้ลูกเข้านอนเป็นเวลาอย่างพร้อมเพรียง และตื่นมาสดใส การอาบน้ำอุ่น โอบกอดลูก หรือเล่านิทานให้ลูกฟัง ก็ช่วยให้ลูกหลับง่ายขึ้นค่ะ

2. พาเด็กแฝดเข้านอนพร้อมกัน เด็กแฝดจะมีความผูกพันพิเศษ สามารถรับรู้ได้เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่อยู่ ดังนั้นการให้ลูกแฝดได้นอนหลับพร้อมกัน จะช่วยให้ลูกผ่อนคลายและหลับเร็วกว่าเดิมค่ะ

3. นำลูกแฝดห่อผ้าห่มไว้ด้วยกัน จะช่วยให้ลูกรู้สึกเหมือนอยู่ในท้องของแม่ ปลอดภัยจากอันตรายค่ะ

4. เวลากินข้าวของลูกแฝด ก็ควรให้ลูกกินพร้อมๆกัน เพราะเมื่อท้องตึงหนังตาก็หย่อน จะช่วยทำให้ลูกแฝดหลับได้ง่ายขึ้น

5. สภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย ไม่มีสิ่งกระตุ้นหรือเร้าความสนใจลูกมากมาย เพราะอาจจะทำให้ลูกตื่นตัว ไม่หลับง่ายๆ รวมไปถึงอุณหภูมิห้องก็ควรอยู่ในอุณหภูมิที่สบาย ไม่เย็นหรือไม่ร้อนเกินไปค่ะ

ขอบคุณรูปภาพน้องคริส น้องเคท จากคุณ โบว์ นะคะ

5 เคล็ดลับแสนสนุกช่วยให้ทารกหัดคลาน

เมื่อลูกน้อยเริ่มนั่งได้ในวัย 4-7 เดือน พัฒนาการต่อไปที่สำคัญ คือการคลานของลูกน้อย แล้วคุณพ่อคุณแม่จะมีส่วนช่วยให้ลูกน้อยคลานได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

1. สร้างอุโมงค์จากลังกระดาษ นำลังกระดาษมาทำเป็นหลังคาบ้าน ให้เด็กลอดผ่านไปผ่านไป เด็กๆจะตื่นเต้นกับอุโมงค์จำลองและคลานไปมาอย่างสนุกสนาน หรือคุณพ่อคุณแม่จะรอจ๊ะเอ๋อยู่ที่ปลายอุโมงค์ ก็สร้างความสนุกได้ไม่น้อยเลยค่ะ
2. สร้างค่ายลูกเสือจำลอง ลองนำหมอนหรือหมอนข้าง มาวางเป็นเครื่องกีดขวางระหว่างการคลาน คุณจะเห็นลูกสนุกสนานที่ได้หลบสิ่งกีดขวางต่างๆ
3. เล่นลูกบอล กลิ้งลูกบอลที่มีกระดิ่งอยูข้างใน ไกลออกไปจากตัวลูก และให้ลูกน้อยคลานตามลูกบอล ก็เป็นอีกวิธีการกระตุ้นให้ลูกน้อยคลานได้ค่ะ
4. เกมฝึกประสาทสัมผัส ลองวางวัตถุที่ให้สัมผัสต่างกันไว้ติดๆกัน ขณะที่ลูกคลาน เช่น พรมนุ่ม กระสอบ ถุงพลาสติก เด็กจะเรียนรู้เรื่องประสาทสัมผัส และความแตกต่างของวัตถุไปพร้อมๆกัน
5. แอบของเล่นที่ลูกชอบไว้ แอบบอกใบ้ให้ลูกน้อยนิดหนึ่ง อย่าซ่อนยากเกินไปนักนะคะ ถ้าหากลูกหาของเจอแล้วละก็ ลูกน้อยจะมีกำลังใจการคลานขึ้นอีกเยอะเลยล่ะค่ะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจากคุณ อาทร กลิ่นสุคนธ์

การนอนของทารกวัย3เดือน

เด็กทารกวัยแรกเกิดช่วงคออ่อนไหว ทำให้ชันคอได้ไม่ดีนัก ท่านอนที่เหมาะสม ควรจัดให้ลูกนอนหงายหรือนอนตะแคง เพื่อให้ลูกสามารถมองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ง่ายขึ้นค่ะ เนื่องจากกล้ามเนื้อคอของลูกยังไม่แข็งแรง การเคลื่อนไหวของคอจึงเป็นลักษณะหันไปมาซ้าย-ขวา ดังนั้นการให้ลูกนอนหงายหรือนอนตะแคงจึงเป็นท่านอนที่เหมาะสมมากที่สุด ไม่ควรให้ลูกนอนคว่ำโดยที่ไม่มีคนดูแลใกล้ชิด เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายที่เรียกว่า ภาวะ SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) ที่อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้

นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่าเด็กที่ถูกจับให้นอนคว่ำจะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้น้อยกว่า และเมื่อโตขึ้นจะมีความช่างสังเกตน้อยกว่าเด็กที่นอนหงาย ส่วนสิ่งแวดล้อมที่ควรจัดให้ลูกในช่วงนี้ควรเป็นภาพหรือของเล่นที่มีสีสันสด ใสและมีเสียง อาจเคลื่อนไหวในแนวนอนหรือแนวราบก็ได้เช่นกันค่ะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจากคุณ ฐิตาภรณ์ บุญชู‎

พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของทารก

เมื่ออายุ 1 เดือนลูกจะมีพัฒนาการเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วนได้ อวัยวะส่วนแรกที่จะมีการเคลื่อนไหวคือการใช้กล้ามเนื้อคอ ชันคอขึ้นในท่านอนคว่ำโดยใช้ส่วนท้องพยุงไว้ ท่านี้จะเป็นท่าแรกของเด็กทารกทุกคนที่เห็นได้ชัดว่าเด็กเริ่มมีพัฒนาการการเคลื่อนไหวร่างกายที่เป็นปกติตามวัย พอ 2 เดือน ลูกจะชันคอเองได้นานขึ้นในท่าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ท่านอนคว่ำที่ต้องใช้ท้องพยุงไว้ตลอดเวลา อายุได้ 5 เดือน เด็กจะตื่นตาตื่นใจสนุกไปกับการเล่นขยับนิ้วมือนิ้วเท้าตัวเองและเริ่มพลิกตัวกลับไปกลับมา เริ่มคลานได้เมื่ออายุประมาณ 6- 8 เดือน เด็กส่วนมากจะเริ่มหัดเดินเมื่ออายุได้ประมาณ 12 เดือน และจะเดินเตาะแตะ ๆ ไปรอบ ๆ ไม่หยุดถ้าไม่มีใครมาอุ้มไว้

แล้วลูกน้อยมามี่โพโคตอนอายุ 1 เดือน มีพัฒนาการอย่างไรกันบ้างน้า….

ขอบคุณรูปภาพประกอบจากคุณ HumNoy Nattawut

สิ่งแวดล้อมในการนอนของทารก

สิ่งแวดล้อมของการนอนของลูกน้อยมีความสำคัญมาก เพราะเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยอีกทั้งมุ่งหวังให้ลูกนอนหลับสนิทอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เพื่อฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโตหรือ Growth Hormone ได้หลั่งออกมาอย่างเต็มที่

- สภาพแวดล้อมของการนอนจะต้องเงียบสงบ และไม่มีแสงแยงเข้าตาระหว่างการนอน ควรลดไฟให้สลัวให้เอื้อต่อการนอนด้วย

- ห้องสีขาว สีฟ้า สีเทา สีครีม จะทำให้เด็กรู้สึกสงบและหลับง่ายกว่าห้องสีสดๆ

- เบาะที่นอนที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ดีกว่าอัดด้วยนุ่น เพราะจะมีมาตรฐานการอัดแน่นทำให้ไม่เป็นหลุมหรือยุบตัวลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นนุ่นจะไม่เหมาะที่สุด เพราะเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้

- เบาะที่นอนจะต้องมีขนาดต้องใหญ่พอสมควร เนื่องจากลูกน้อยโตเร็ว หากไม่ซื้อเผื่อก็อาจจะทำให้สิ้นเปลืองซื้อเปลี่ยนหลายๆ หน ที่สำคัญต้องวัดขนาดเปลให้พอดีกับเปลที่ใช้อยู่ด้วย

- ทดสอบการซื้อว่าที่นอนมีการคืนตัวมากเพียงพอไหม อย่างเช่น กดแล้วคืนตัว เพราะว่าหากลูกนอนคว่ำอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้

- เลือกผ้าปูที่สามารถถอดซักได้ และเป็นผ้าปูที่ระบายอากาศได้ดี อาทิ ผ้าฝ้าย ไม่ร้อนหรืออับซึ่งอาจจะส่งผลให้ลูกนอนไม่สบายตัวได้

- เลือกสีเบาะที่นอนและผ้าปูที่สีสันอ่อนโยนสบายตา เพื่อสุนทรียภาพในการนอน

ขอบคุณรูปภาพจากคุณ Nooknik Theeratida

update : 19.09.2560

ระบบมีการใช้งานคุกกี้บนเบราเซอร์ของคุณ หากต้องการใช้งานโปรดเปิดใช้งานคุกกี้ กรณีที่คุณใช้ Safari บน iPhone หรือ iPad โปรดปิดโหมดการเรียกดูส่วนตัว หากคุณลบข้อมูลคุกกี้ รายการโปรดที่คุณเลือกไว้จะถูกลบไปด้วย

แชร์